วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รถตุ๊กๆ

รถที่ขึ้นชื่อ

รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบในปัจจุบัน
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ เป็นรถบรรทุกสามล้อขนาดเล็ก ที่ใช้ในการขนส่งสิ่งของสำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กจากประเทศญี่ปุ่น ถูกดัดแปลงมาจากรถบรรทุกสามล้อขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นยานพาหนะสามล้อขนส่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในสมัยก่อน โดยเน้นการออกแบบตัวรถและสีของรถให้เป็นเอกลักษณ์ มีลักษณะตัวรถในรูปแบบของกระบะสามล้อขนาดเล็ก ไม่มีหลังคาครอบด้านหลัง อีกทั้งหัวรถยังมีลักษณะคล้ายกับหัวกบ จึงทำให้รถบรรทุกสามล้อขนาดเล็กคันนี้ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียรวมทั้งประเทศไทย
ปัจจุบัน รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของอำเภอเมืองตรัง แม้จะมีอายุที่มากกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม แต่ในปัจจุบันชาวตรังยังคงใช้รถตุ๊กตุ๊กหัวกบเป็นรถโดยสารบริเวณรอบอำเภอเมืองตรัง จึงเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจนักถ้าหากจะเห็นนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวจังหวัดตรังส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มักจะไม่พลาดโปรแกรมนั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบตระเวนรอบเมืองตรัง
ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อ
  

1.เรือนไทยติ่มซำ ตรัง


10 ร้านอาหารอร่อย ในเมืองตรัง มาแล้วต้องลอง!!

เรือนไทยติ่มซำ เป็นตึกแถวที่เนืองแน่นด้วยลูกค้าแวะมาอุดหนุนแบบไม่ขาดสาย อิ่มอร่อยในราคา 239 บาท 2 คน ใครผ่านไปตรังอย่าลืมแวะทานนะคะ

ที่อยู่ :
 ถนนเพลินพิทักษ์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
เบอร์โทรศัพท์ เรือนไทยติ่มซำ : 075 219-342, 083 180-7675
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 11.00 น.


2.ร้านอาหาร เลตรัง 2 ตรัง


10 ร้านอาหารอร่อย ในเมืองตรัง มาแล้วต้องลอง!!

ร้านเลตรัง 2 ติ่มซำแสนอร่อยที่นึ่งสดใหม่ทุกวัน มีให้เลือกลิ้มลองกว่า 40 ชนิด ในบรรยากาศห้องแอร์เย็นสบาย หรือบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ลอยฟ้า

ที่อยู่ : 13 ซอยไทรงาม 1 ถนนไทรงาม ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
เบอร์โทรศัพท์ ร้านอาหาร เลตรัง 2 : 075217700 , 0816655870 , 0897723080
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 14.00 น. และ 17.00 - 22.00 น.
ภาพจาก : http://www.facebook.com/laytrang.dimsum 


3.ตรังหมูย่าง จ.ตรัง


10 ร้านอาหารอร่อย ในเมืองตรัง มาแล้วต้องลอง!!

ตรังหมูย่าง หมูย่างตรัง ปาท่องโก๋ เป็น อาหารเช้าของเมืองตรังมีขนมจีบด้วย หมูย่างตรัง รสชาติความอร่อยเป็นที่เลื่องลือเพราะหนังกรอบ หอมเครื่องเทศ ใครไปเยือนเมืองตรังแล้วไม่ควรพลาดที่จะไปแวะชิม โดยร้านหาไม่ยากอยู่แถวถนนห้วยยอดตรงไปเกือบจะถึงซอย 9 ค่ะ

ที่อยู่ : 201/5 ถนนห้วยยอด ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง ตรัง
เบอร์โทรศัพท์ ตรังหมูย่าง จ.ตรัง : 075212306 , 0897239328
วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 13.00 น.


วันและเวลาเปิดปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.30-21.00 น.
ที่มา  http://www.edtguide.com/article/424221/10-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87

กะปิ

กะปิท่าข้าม


กะปิท่าข้าม...กะปิดังแห่งบ้านหยงสตาร์ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน ทำจากกุ้งตัวเล็ก ๆ
ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ตัวเคย"ใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารหรือตำน้ำพริกก็อร่อยไม่แพ้กัน

เค้กเมืองตรัง

เค้กเมืองตรัง                 
“เค้กมีรู” ของอร่อยคู่ตรัง เมืองคนช่างกิน
“ขนมเค้กเมืองตรัง” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เค้กมีรู”
       “เมืองตรัง” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของคนช่างกิน และเมื่อเอ่ยถึงเมืองตรังของกินที่ขึ้นชื่อก็คงจะเป็น หมูย่างเมืองตรัง หรือติ่มซำ อาหารเช้ายอดฮิตตลอดกาลของคนตรัง
      
       แต่นอกจากหมูย่างเมืองตรังที่ขึ้นชื่อแล้ว จังหวัดตรังยังมีของหวานอีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน และของหวานที่ว่านั้นก็คือ “ขนมเค้กเมืองตรัง” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เค้กมีรู”
       

       “เค้กมีรู” ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ในสมัยก่อนเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “เค้กขุกมิ่ง” ได้ชื่อมาจาก ขุกมิ่ง แซ่เฮง เจ้าตำรับขนมเค้กตรัง ที่ได้เดินทางมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดตรัง โดยขุกมิ่งได้คิดทำขนมเค้กของตนเองเพื่อกินคู่กับกาแฟ โดยพัฒนาสูตรมาจากร้านขนมในอำเภอทับเที่ยง และคิดค้น พัฒนาต่อจนกลายมาเป็นขนมเค้กเมืองตรัง
“เค้กมีรู” ของอร่อยคู่ตรัง เมืองคนช่างกิน
อร่อยกับขนมเค้กเมืองตรัง
       ขนมเค้กเมืองตรัง เป็นขนมที่ใช้วัตถุดิบในการทำเพียงไม่กี่อย่างเป็นส่วนผสม ได้แก่ แป้ง เนย น้ำตาล สีผสมอาหาร ผงฟู และไข่ไก่ โดยกรรมวิธีในการทำจะค่อยๆ นำส่วนผสมแต่ละอย่างมาตีให้เข้ากัน แล้วนำไปเทลงแบบพิมพ์เค้กที่มีรูตรงกลาง เพื่อเวลาอบเค้กจะได้สุกทั่วถึงกันในระยะเวลาที่พอดี พออบเสร็จก็จะได้"ขนมเค้กเมืองตรัง" ที่มีเอกลักษณ์ตรงที่มีเป็นเค้กมีรู
      
       ปัจจุบันเค้กเมืองตรัง มีรสชาติให้เลือกมากมายกว่า 20 ชนิด ทั้ง รสกาแฟ ใบเตย เค้กมะพร้าว เค้กเผือก เค้กลิ้นจี่ เค้กสามรส เค้กนมสด ฯลฯ จึงทำให้เค้กเมืองตรังเป็นที่นิยม และกลายเป็นของฝากของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาในจังหวัดตรัง
      
       ซึ่งหากใครได้มีโอกาสมาเยือนจังหวัดตรัง นอกจากจะกินหมูย่างเมืองตรัง หรืออาหารเช้าอย่างติ่มซำแล้ว อย่าลืมหาซื้อ “เค้กเมืองตรัง” หรือ “เค้กมีรู” ติดไม้ติดมือไปเป็นของฝากกลับบ้านกันได้
       
        ที่มาhttp://www.manager.co.th/Food/ViewNews.aspx?NewsID=9570000007372

หมูย่าง

อาหารขึ้นชื่อ

   
1. หมูย่าง หากย้อนตำนานต้นกำเนิดของหมูย่างนั้นเกิดขึ้นในประเทศจีน ประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว ในสมัยราชวงศ์ถัง การค้นพบวิธีการย่างหมูนั้นช่างเป็นการบังเอิญเหลือเกิน ในขณะที่พ่อครัวในพระราชวังกำลังปรุงอาหาร ทำหมูชิ้นหนึ่งตกลงไปในเตาถ่าน จนเนื้อสุกและหนังไหม้ พ่อครัวลองหยิบมาชิม รู้สึกว่าหมูชิ้นนั้นมีรสชาติหอมกรอบอร่อย จึงทำให้เขามีความคิดว่า การนำหมูมาย่างเป็นอาหารจะอร่อยกว่าการนำไปใช้ทำอาหารอย่างอื่น ดังนั้นพ่อครัวจึงทดลองนำหมูมาย่างแล้วนำขึ้นถวายฮ่องเต้ ฮ่องเต้ทรงโปรดมาก เนื่องจากเมื่อย่างหมูพอสุกพอเหมาะ หนังหมูจะมีสีเหลืองดุจทองคำสุกอร่าม ฮ่องเต้จึงตั้งชื่อหมูย่างนี้ว่า หมูทอง ชาวจีนใช้ชื่อนี้เรียกมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเวลาผ่านมานับพันปี วิชาการหมูย่างก็ได้เผยแพร่โดยการสืบทอดตระกูลของพ่อครัว จนกระทั่งมาถึงมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นมณฑลที่ชาวเมืองมีฝีมือในการปรุงอาหาร จะเห็นได้จากอาหารจีนที่มีรสอร่อยที่สุดจะปรุงโดยพ่อครัวชาวกวางตุ้งทั้งสิ้น ดังนั้นจากเดิมหมูย่างซึ่งเป็นอาหารเฉพาะของฮ่องเต้ก็เริ่มแพร่หลายมาเป็นอาหารของสามัญชน แต่ก็ยังถือว่าหมูย่างยังเป็นอาหารระดับฮ่องเต้อยู่
เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนนี้ชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ได้เริ่มอพยพออกจากประเทศโดยทางเรือเพื่อเสาะหาแผ่นดินทางทะเลใต้ คือ ประเทศไทย ซึ่งร่ำลือกันว่ามีความอุดมสมบูรณ์กว่าประเทศจีนมาก จึงได้ลงเรือกันมาผจญภัยพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน และมีบางส่วนได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยโดยขึ้นฝั่งที่อำเภอกันตัง หรือปากแม่น้ำตรัง และได้มาบุกเบิกตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดตรัง
ชาวจีนที่อพยพมานี้มีหลายอาชีพ ส่วนใหญ่จะมาบุกเบิกทำไร่พริกไทย จึงได้ตั้งชื่อจังหวัดตรังว่า "เมืองพริกไทย" ชาวจีนเหล่านี้จึงได้มีการเลี้ยงหมูพันธุ์เล็กซึ่งได้นำลงเรือมาด้วยในตำบลทับเที่ยง ปัจจุบันคืออำเภอเมือง จังหวัดตรัง ปรากฏว่าได้ผลดีมาก ต่อมาได้มีคนกลุ่มหนึ่งนำหมูมาชำแหละขาย ซึ่งก็คือต้นตระกูลของร้านฟองจันทร์ หลังจากนั้นร้านฟองจันทร์ได้รับชาวจีนคนหนึ่งมาจากมณฑลกวางตุ้งชื่อนายซุ่น มีความสามารถในการย่างหมูมาก หมูที่ย่างจะมีรสชาติกลมกล่อมและหนังที่กรอบ สมัยนั้นจังหวัดตรังมีผู้ที่ย่างหมูได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ต่อมาเมื่อนายซุ่นมีอายุมากขึ้นก็ได้ฝึกผู้ช่วยขึ้นมา วิชาการย่างหมูจึงได้แพร่หลายจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่นั้นมา
หมูย่างนั้นเดิมเป็นอาหารที่ใช้ในการเซ่นไหว้ของหมู่คนจีน ในงานศพ งานมงคล งานเทศกาลต่างๆ และประกอบพิธีกรรมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือการบนบานศาลกล่าวตามวิถีชีวิตซึ่งยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาหมู่คนจีนในเมืองตรังนิยมนำหมูย่างมากินกับกาแฟ กระทั่งความนิยมกระจายมาสู่หมู่คนตรังในระดับชนชั้นกลางที่เป็นข้าราชการ นักธุรกิจในเขตเมืองตรังและชานเมืองเป็นลำดับ จนกลายเป็นวัฒนธรรมการกินกาแฟกับหมูย่างในยามเช้าที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนหมูย่างเมืองตรังจึงกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตรังไปในที่สุด
จากอาหารพื้นเมืองที่นิยมรับประทานกันในวงจำกัด หมูย่างเมืองตรังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหอการค้าจังหวัดตรังด้วยการจัดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรังขึ้นตั้งแต่ปี 2533 ต่อเนื่องมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ประกอบกับการได้โหนกระแสนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล จึงกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ กลายเป็นของแปลก ของโปรด ของประจำบ้านประจำเมืองไปในที่สุด
ที่มา
      http://board.postjung.com/631789.html

หอนาฬิกา



หอนาฬิกา


หอนาฬิกา (อังกฤษ: Clock tower) เป็นสิ่งก่อสร้างซึ่งประกอบด้วยหน้าปัดนาฬิกาตั้งแต่หนึ่งหน้าขึ้นไป นิยมสร้างไว้กับสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหอโดด ๆ และผนวกกับอาคารอื่น โดยมากหอนาฬิกามักมีสี่หน้าปัด ภายในมีกลไกนาฬิกาสำหรับต่อเชื่อมกับหน้าปัดภายนอก บางทีอาจมีระฆัง เพื่อตีบอกเวลา ซึ่งอาจตีทุกชั่วโมง หรือตีเป็นระยะ




ในสมัยก่อน หอนาฬิกาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะโดยมากในสมัยนั้นผู้คนยังไม่มีนาฬิกาพกหรือนาฬิกาข้อมือ แต่ปัจจุบันก็ยังคงความสำคัญอยู่ ในฐานะที่หมายตา เช่น หอบิ๊กเบน ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ สหราชอาณาจักร และหอสพัสสกายา (Spasskaya Tower) ที่พระราชวังเครมลิน สหพันธรัฐรัสเซีย

สำหรับหอนาฬิกาที่สูงที่สุดในโลกคือ นาฬิกาประจำตึกเอ็นทีที โดโคโม โยโยกิ (NTT DoCoMo Yoyogi Building) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่วนหอนาฬิกาสี่หน้าแบบไม่ตีระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือหอนาฬิกาอัลเลน-แบร็ดเลย์ (Allen-Bradley Clock Tower) หอนาฬิกาสี่หน้าที่สูงที่สุดในโลก อยู่ที่กรุงวอร์ซอ[1] และทั้งหมดนี้ไม่มีการตีระฆัง จึงทำให้หอบิ๊กเบน คงเป็น หอนาฬิกาสี่หน้าที่มีการตีระฆังที่สูงที่สุดในโลก

ที่มา https://sites.google.com/site/thitii1234/hx-nalika-canghwad-trang

ถ้ำเลเขากรอบ

ถ้ำเลเขากอบ ตรัง

ถ้ำเลเขากอบ ตั้งอยู่ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทาง 4 กิโลเมตร ถ้ำเลเขากอบ มีทางน้ำ ใต้ดินไหลผ่าน ต้องใช้เรือล่องตามลำน้ำเข้าไปข้างใน เพื่อ ไปชมหินงอกหินย้อยอันงดงาม ซึ่งยังมีการ ก่อตัว ของหินอยู่ ภายในถ้ำ หนึ่งในความอัศจรรย์ที่ได้รับให้เป็น Unseen Thailand คือ ในถ้ำสุดท้ายซึ่งไม่สามารถ เดินชมได้เพราะต้อง ล่องเรือชมถ้ำโดยการนอนราบไปกับเรือเป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร แม้จะเป็นเพียงระยะทางสั้น เป็นช่วงแห่งการลุ้นระทึก สร้างความตื่นเต้นและแอบหวาดเสียวให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย เพราะในบางช่วงหน้าและลำตัวแทบติดกับผนังของถ้ำแทบจะชนกันเลย ทีเดียว


ถ้ำเลเขากอบ ตรัง

ถ้ำเลเขากอบ 
มีโถงถ้ำมากมายหลายถ้ำ อาทิ ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพชร ถ้ำพลอย และถ้ำแป้ง เป็นต้น แต่ปัจจุบันนี้ เปิดให้บริการท่องเที่ยวเพียง 5 ถ้ำเท่านั้น ได้แก่

ถ้ำคนธรรพ์
เป็นโถงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และมีหินอยู่ส่วนหนึ่งที่เมื่อเคาะแล้วจะเกิดเสียงกังวาลคล้ายเสียงเครื่องดนตรีไทย นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเล่าต่อกันว่า ในอดีตมีคนธรรพ์มาเคาะเล่นดนตรีให้นางกินรีฟังขณะที่กำลังเล่นน้ำตกภายในถ้ำ และมีหินส่วนหนึ่ง ย้อยลงมา คล้ายกับฉากมโนราห์สวยงาม

ถ้ำท้องพระโรง

ถ้ำรากไทร 
เป็นโถงถ้ำที่มีลักษณะทางเดินยาว ตลอดทางเดินจะมีรากไทรขนาดใหญ่ทอดตัวขนานไปตลอดทางเดิน

ถ้ำเจ้าสาว 
มีหินงอกลักษณะคล้ายผ้าม่านกั้นอยู่บริเวณด้านหน้าโถง ภายในมีแท่นหินลักษณะคล้ายเตียงนอน ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่า หากคนที่ยังไม่มีคู่ เมื่อลอดเข้าโถงถ้ำทางช่องกลางของม่านเจ้าสาว กลับไปก็จะได้พบกันเนื้อคู่ แต่ถ้าหากมีคู่แล้วก็ให้ลอดช่อง ทางด้านซ้ายมือก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ถ้าหากคนไหนมีคู่แล้ว ต้องการมีเพิ่มก็ให้ลอดช่องด้านขวามือ เมือกลับไปจะได้พบคู่เพิ่ม และเมื่อออกจากโถงถ้ำเจ้าสาว จะต้องออกทางช่องใหญ่ มิฉะนั้นจะไม่เป็นดังคำอธิฐาน

ถ้ำลอด หรือ ถ้ำมังกร ( Unseen Thailand  ) 
เป็นจุดเด่นของการเที่ยวถ้ำเลเขากอบ เนื่องจากโถงถ้ำมีระดับเพดานถ้ำต่ำมากเกือบติดหน้าและลำตัว การเดินทางผ่านถ้าลอดต้องอาศัย การนอนราบไปบนเรือ ตลอดระยะทางประมาณ 350 เมตร เปรียบเสมือนการนอนลอดผ่านท้องมังกร ซึ่งมีความเชื่อว่า หากใครได้ ลอดผ่านท้องมังกรเหมือนเป็นการสะเดาะห์กลับไปก็จะพบแต่ความโชคดี
ถ้ำเลเขากอบ สามารถเที่ยวได้ตลอดปี ยกเว้นในฤดูฝนบางช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก เรืออาจเข้าไปไม่ได้ ค่าเรือพายราคาลำละ 300 บาท นั่งได้ 5 ท่าน สามารถติดต่อได้บริเวณปากทางเข้าด้านหน้าได้เลย
ถ้ำเลเขากอบ ตรัง
ถ้ำเลเขากอบ ตรังถ้ำเลเขากอบ ตรัง
ถ้ำเลเขากอบ ตรังถ้ำเลเขากอบ ตรัง
ถ้ำเลเขากอบ ตรังถ้ำเลเขากอบ ตรัง
ถ้ำเลเขากอบ ตรังถ้ำเลเขากอบ ตรัง
ถ้ำเลเขากอบ ตรังถ้ำเลเขากอบ ตรัง



การเดินทางไปถ้ำเลเขากอบ ตรัง


1 โดยรถยนต์ส่วนตัว
- ถ้ำเลเขากอบห่างจากเมืองตรัง ประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 สายตรัง-ห้วยยอด-วังวิเศษ ทางแยกเข้าถ้ำ อยู่เลยอำเภอห้วยยอดไปทางวังวิเศษประมาณ 7 กิโลเมตร โดยเลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. (เขากอบ-หัวแหวน) ระหว่างหลัก กิโลเมตรที่ 7-8 เข้าไปประมาณ 500 เมตร จึงเลี้ยวซ้ายไปเขากอบ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้ง ถ้ำทะเล
2. รถโดยสารสาธารณะ
- นั่งรถตู้ตรัง ห้วยยอด จากตัวเมืองตรัง รถตู้จะจอดอยู่เลยโบสถ์คริสต์เมืองตรังไปนิดนึง บอกคนขับให้ไปส่งหน้าถ้ำเลเขากอบ ได้เลย ค่ารถตู้คนละ 60 บาท ขากลับก็สามารถสอบถามร้านค้าแถวนั้นจ้างวานมอเตอร์ไซต์ไปลง ตรงสี่แยกห้วยยอดยังไม่ถึงตลาด จากนั้นต่อรถโดยสารภูเก็ต ตรัง ไปลงในตัวเมืองตรัง ซึ่งบริเวณสี่แยกจะเป็นจุดจอดรถโดยสาร จะสะดวกกว่าไปขึ้นรรถตู้ที่ตลาดห้วยยอดซึ่งค่อนข้างไกลออกไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต. เขากอบ โทร 0 7527 1808 และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดตรัง โทร 0 7521 5867

ที่มา: http://www.paiduaykan.com/province/south/trang/thamlay.html